(THAILAND) 

Contact us: 02 -116 - 5860 

World class INNOVATIVE OF SOUND AND VIBRATION MEASUREMENT

innovative instrument

innovative instrument

innovative instrument

innovative instrument

คู่มือวิธีตรวจวัดและวิเคราะห์ความสั่นสะเทือนของเครื่องจักร

อ่านง่าย ใช้งานได้จริง!!

innovative instrument

innovative instrument

innovative instrument

innovative instrument

innovative instrument

innovative instrument

innovative instrument

innovative instrument

วิธีการตรวจวัดและวิเคราะห์ความสั่นสะเทือนของเครื่องจักร ถือว่าเป็นวิธีการสำคัญในการช่วยวิศวกรซ่อมบำรุง ทำการประเมินสภาพการทำงานของเครื่องจักร และวิเคราะห์สาเหตุของการทำงานที่ผิดปกติของเครื่องจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยขั้นตอนในการตรวจวัดความสั่นสะเทือน จะเริ่มด้วยการกำหนดจุดตรวจวัด ณ ตำแหน่งต่างๆของเครื่องจักร การเก็บข้อมูลผลของค่าระดับความสั่นสะเทือนแบบต่อเนื่อง เพื่อดูว่าในขณะที่เครื่องจักรทำงานปกติมีระดับความสั่นสะเทือนเป็นเท่าไหร่ 

หากเครื่องจักรเริ่มทำงานผิดปกติ ระดับค่าความสั่นสะเทือนจะเพิ่มขึ้น วิศวกรจะทำการวิเคราะห์พฤติกรรมความสั่นสะเทือนในรูปแบบของการวิเคราะห์ค่าความถี่ของการสั่นสะเทือน ในทางเทคนิคเรียกว่า รูป FFT (Fast Fourier Transform) 

เนื่องจาก ความผิดปกติของการสั่นสะเทือนจะมีรูปแบบการสั่นสะเทือนเฉพาะตัว จากข้อมูลการวัด วิศวกรสามารถจะทำการวิเคราะห์หาสาเหตุของความผิดปกติจากการสั่นสะเทือนได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างตรงจุด 

นอกจากนั้น ประโยชน์ของการวัดความสั่นสะเทือน ยังช่วยยืดอายุในการหยุดเครื่องจักรเพื่อทำการซ่อมบำรุงได้อีกด้วย โดยวิธีการนั้น คือการตรวจวัดระดับความสั่นสะเทือนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแม้หากว่าเครื่องจักรครบรอบระยะเวลาที่จะต้องทำการหยุดเครื่องจักรเพื่อซ่อบำรุง แต่หากความสั่นสะเทือนยังปกติ วิศวกรก็สามารถใช้ข้อมูลในการช่วยตัดสินใจยืดระยะเวลาที่จะใช้ในการซ่อมบำรุงได้ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง และลดความเสียโอกาสด้านทางธุรกิจในกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ในเอกสารคู่มือการตรวจวัดและวิเคราะห์ความสั่นสะเทือนของเครื่องจักรนั้น มีรายละเอียดเนื้อหาดังต่อไปนี้ 


1. ความสำคัญของการตรวจวัดความสั่นสะเทือนของเครื่องจักร
2. ลักษณะทางกายภาพของความสั่นสะเทือน
3. วิธีการตรวจวัดความสั่นสะเทือน
4. มาตรฐานการตรวจวัดความสั่นสะเทือนเพื่อการบำรุงรักษา
5. การวิเคราะห์ผลวัดความสั่นสะเทือน
6. ความผิดปกติของเครื่องจักรที่สามารถวิเคราะห์ได้จากการวัดความสั่นสะเทือน

      6.1 การเสียสมดุลการหมุน (Unbalance)
      6.2 การหมุนที่แนวแกนไม่ตรงกัน (Misalignment)
      6.3 การหลวมของชิ้นส่วนเครื่องจักร (Looseness)
      6.4 ความเสียหายของชุดแบริ่ง (Bearing Defect)
      6.5 ความเสียหายของชุดเกียร์ (Gear Faults)