(THAILAND) 

Contact us: 02 -116 - 5860 

World class INNOVATIVE OF SOUND AND VIBRATION MEASUREMENT

เครื่องวัดเสียงระดับ Class1 และ Class 2 แตกต่างกันอย่างไร และงานแบบไหนที่ต้องใช้เครื่องวัดเสียงระดับ Class 1 

 
เป็นคำถามที่ถูกถามบ่อยมากครับว่าทำไมพี่ต้องซื้อเครื่องวัด Class 1 มันแพงกว่า Class 2 ตั้งเยอะ จำเป็นเหรอ และงานของพี่ใช้เครื่อง Class 2 แทนได้ไหม??

ทาง SVANTEKTHAILAND เลยขออนุญาตนำเสนอดังต่อไปนี้ครับ


เนื่องจากมาตรฐาน IEC61672-1:202 ได้กำหนดความสามารถในการยอมให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการวัดระดับเสียงแต่ละครั้งของ ไมโครโฟน Class 1 และ Class 2 แตกต่างกันครับ โดยสามารถดูข้อกำหนดความคลาดเคลื่อนระหว่าง Class 1 และ Class 2 ของ ไมโครโฟน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้





















 
จะเห็นได้ว่า ความคลาดเคลื่อนของไมโครโฟน Class 2 ค่อนข้างสูงมากครับ ยิ่งถ้าอากาศร้อนๆ เช่น บ้านเราที่อุณหภูมิเฉลี่ย มากกว่า 35 องศา ก็ยิ่งทำให้ความคลาดเคลื่อนยิ่งสูงขึ้นไปครับ โดยเฉลี่ยความคลาดเคลื่อนของการวัดสูงสุดที่ผมลองประเมินมา ถ้าเป็น Class 1 ค่าระดับเสียงเฉลี่ยทุกความถี่จะเพี้ยนมากสุดไม่เกิน 1.7 dBA แต่ถ้าเป็น Class 2 จะเพี้ยนมากถึง 3 dBA
 
---------------------------------------------------------------------------------------------


คำถามเกิดขึ้นว่า ระดับเสียงที่วัดได้เพี้ยนไปจากของจริง โดยดังขึ้น 3 dBA นั้นเยอะไหม ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ ดังนี้ครับ

สมมุติว่าในโรงงานมีเครื่องจักรตัวหนึ่งดัง 90 dBA หากวันหนึ่งผมขยายกำลังผลิต เอาเครื่องจักรแบบเดียวกันมาวาง


เสียงก็จะดังขึ้นแค่ 3 dBA ครับ เพราะ 90 dBA+90 dBA จะเท่ากับ 93 dBA   นั้นหมายความว่า ถ้าเสียงดังขึ้น 93 dBA


จะลดเหลือ 90 dBA ก็หยุดเครื่องจักรไปตัวนึงสิ ง่ายจะตาย !!


แต่เจ้าของกิจการคงไม่ขำสิครับ ดังนั้น ในกฏหมายใหม่จึงกำหนดให้การวัดเสียงในสิ่งแวดล้อมควรจะใช้เครื่องวัดเสียงที่มีความแม่นยำระดับ Class 1 ครับ

 -------------------------------------------------------------------------------------------

แล้วงานแบบไหนควรใช้เครื่องวัด  Class 1 หรือ Class 2 ผมเลยขอแนะนำดังต่อไปนี้ครับ

- สำหรับควบคุมเสียงรบกวน ตามกฏหมาย ขั้นต่ำต้องใช้ Class 2 แต่ถ้าเรื่องบานปลายจนขึ้นโรงขึ้นศาล จะต้องใช้ Class 1 ในการวัดเพื่อต่อสู้กันตามหลักฐานในชั้นศาลครับ


- การเฝ้าระวังเสียงรบกวนในสิ่งแวดล้อม โดยมาตรฐานทั่วโลก ทั้งในยุโรป และอเมริกา แนะนำให้ใช้เครื่องวัดขั้นต่ำ เป็น Class1 เลยครับ เพราะไมโครโฟน class 2 ไม่สามารถวัดระดับเสียงที่มีความดังน้อยๆ ได้ และที่ความถี่สูงหรือต่ำมากๆ ก็เพี้ยนเยอะ ทำให้ผลการวัดเสียงในสิ่งแวดล้อมเพี้ยนไปเยอะครับ


- งานแก้ไขปัญหาเสียงในอาคาร ทุกมาตรฐานกำหนด class 1 ครับในการวัด เนื่องจากการใช้ทดสอบประสิทธิภาพในการป้องกันเสียงของวัสดุในอาคาร จะต้องวัดช่วงความถี่ที่กว้างมากครับ

- งานที่ปรึกษา สำหรับผู้เชี่ยวชาญ การวัดผลที่แม่นยำมีผลต่อการให้คำปรึกษา หรือการออกแบบครับ Class 1 จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก
การทดสอบความดังของอุปกรณ์แจ้งเตือนด้วยเสียง เช่น Fire Alram สัญญาณกันขโมย พวกนี้อาจจะไม่ซีเรียสมาก ใช้ Class 2 ก็ได้ครับ

----------------------------------------------------------------------------------------------


หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เราเข้าใจความแตกต่างและความสำคัญของเครื่องวัดเสียงว่า Class 1 และ Class 2 แตกต่างกันอย่างไร