(THAILAND) 

Contact us: 02 -116 - 5860 

World class INNOVATIVE OF SOUND AND VIBRATION MEASUREMENT

หลายท่านที่กำลังมองค่าเครื่องวัดเสียงดีดี ราคาคุ้มค่า ซักตัว มักจะเกิดข้อสงสัยว่า เครื่องวัดเสียงยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนเหมาะกับงานของตัวเอง

วันนี้ SVANTEK เลยเขียนบทความเพื่อคำแนะนำเกี่ยวกับการซื้อเครื่องวัดเสียงระดับ Professional ที่ควรจะต้องคำนึงครับ อย่าคิดแต่ราคาถูกอย่างเดียว แล้วจะดีนะครับ ท่านอาจจะได้เครื่องวัดเสียงที่ไม่พร้อมทำงานได้ครับ

1. หน้าจอควรเป็นสี สว่างชัดเจน เพราะจะทำให้อ่านผลการวัดง่ายกว่า และดูดีเวลาที่นำเสนอแก่ลูกค้า แต่ต้องประหยัดพลังงานครับ หากจอสีแล้วกินไฟแสดงว่า ใช้จอคุณภาพต่ำครับ

2. ฟังก์ชั่นภายในตัวเครื่องวัด เพราะราคาเครื่องวัดขึ้นกับฟังก์ชั่น เช่น วัดความก้องได้หรือไม่ มีการบันทึกเสียงหรือไม่ แสดงข้อมูลการวัดแบบ RealTime อะไรได้บ้าง เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลต่อราคาตัวเครื่องครับ และจะลงทุนทั้งที คิดเผื่อฟังก์ชั่นการทำงานในอนาคตด้วยครับ ว่าเครื่องที่ซื้อมา มีศักยภาพในการรองรับงานในอนาคตหรือเปล่า เช่น หากทำ Noise control ต่อไปในอนาคต อาจจะต้องวัด Vibration ก็ควรซื้อเครื่องที่รองรับการใช้หัววัดการสั่นสะเทือนได้

3. ไมโครโฟน Class 1 และต้องมี Certificate นะครับ เพื่อให้ชัวร์ว่าไมโครโฟนแม่นจริงๆ ถ้าซื้อไมโครโฟน Class 1 ไม่มีการรับรอง ยังงี้ซื้อไมโครโฟนกากๆ บ้านหม้อ ตัวละพันกว่าบาท มาใช้ก็เหมือนกันครับ 
แน่นอนหากคุณบอกว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญแต่ใช้เครื่องวัดที่วัดไม่แม่นยำ ได้ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดาครับ

4. ความเร็วในการตอบสนองของเครื่อง ปัจจุบันเครื่องวัดจะต้องมีความเร็วที่ดีครับ กดปุ่มต้องตอบสนองทันที ไม่ใช่กดแล้วต้องรอมันทำงานแป๊บนึง แบบนี้ไม่เวิกร์ครับ 
แนะอีกนิดลองดูฟังก์ชั่น 1/3 ออกเตฟ แบบ real time ของเครื่องดูนะครับว่าตอนวัด spectrum วิ่งเร็วตอบสนองกับเสียงที่มาที่ไมโครโฟนหรือเปล่า ถ้าช้า เครื่องราคาถูกก็ไม่แปลกครับ เพราะสเปกเครื่องห่วย

5. โปรแกรมประมวลผลการวัด เวลาดูงบประมาณในการซื้อเครื่องวัด ให้คิดเผื่อเรื่องโปรแกรมด้วยนะครับ ต้องเปรียบเทียบฟังก์ชั่นโปรแกรมที่เราต้องการใช้จริงๆ ว่ามีค่าใช้จ่ายหรือไม่ หลายเจ้าบอกราคาเครื่องยังไม่รวมค่าโปรแกรมเลย พอบอกราคาโปรแกรมแทบเป็นลม โปรแกรมแพงกว่าเครื่องวัดก็มีครับ

6. ระยะเวลารับประกัน จากผู้ผลิต ตรงไปตรงมาครับ มันก็สะท้อนถึงคุณภาพตัวเครื่องยิ่งรับประกันนาน แสดงว่าของเค้าดีจริง

7. คนขายรู้เรื่องพื้นฐานด้านเสียง และการใช้งานเครื่องที่ขายจริงหรือเปล่า เพราะการวัดเสียงนั้น ประเด็นอยู่ที่การเข้าใจหลักการทางเสียง การประมวลผล ซึ่งซับซ้อน หากคนขายไม่สามารถ Support ทางเทคนิคได้ เอาเครื่องวัดมาส่งถามอะไรบอกไม่รู้ อ่าน manual เอง ยังงี้จะขายถูกก็ไม่แปลกเพราะบริษัทที่ขายไม่ได้ลงทุนกับเซลล์คนขาย เพื่อ support ลูกค้าเลย

8.บริษัทที่ขายน่าเชื่อถือแค่ไหน เครื่องวัดเสียงดีดี ราคาหลักแสน บริษัทที่เปิดมานาน มี Reference ลูกค้าเยอะก็ทำให้คนซื้ออุ่นใจว่า ไม่โดนเท ง่ายๆ


9. สุดท้ายขอแนะนำคร่าวกับงานที่ต้องวัดเสียงรบกวนดังนี้ครับ 

    - วัดเสียงรบกวนเพื่อควบคุมให้ได้ตามกฏหมาย แนะนำ SVAN 971 ที่บันทึกเสียงได้ 

   - วัดเสียงในอาคาร มีวัดความเงียบห้อง วัดความก้องห้อง วัดการกั้นเสียงของผนัง แนะนำ SVAN 977 

   - วัดความสั่นสะเทือนเครื่องจักร และวัดเสียงด้วย เช่น งานซ่อมบำรุง งานให้คำปรึกษาการแก้ไขปัญหาเสียงรบกวน แนะนำ SVAN 977 

  



เทคนิควิธีเลือกซื้อเครื่องวัดเสียงที่เหมาะสมและเหมาะแก่การใช้งานของคุณ